คุยหลังเกม 3 ประเด็นน่าสนใจ นาโปลีเปิดบ้านเจ๊าบาร์เซโลน่า 1-1

การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก นัดแรก คู่ระหว่าง นาโปลีปะทะบาร์เซโลน่า ปรากฏว่า ผลจบลงด้วยสกอร์ 1-1 โดยเกมนี้เจ้าบ้าน นาโปลี ออกนำไปก่อนจาก ดรีส เมอร์เทนส์ ในนาทีที่ 30 และบาร์เซโลน่า ตามตีเสมอได้จาก อองตวน กรีซมัน ในนาทีที่ 57 เก็บอเวย์โกลสำคัญได้สำเร็จ โดยช่วงท้ายเกมมีจังหวะวุ่นวายเล็กน้อยเมื่อ อาร์ตูโร วิดัล ไปเข้าหนักใส่ มาริโอ รุย ก่อนที่ทั้งคู่จะมีปากเสียงกัน ผู้ตัดสินใจจึงแจกใบเหลืองให้กับทั้งคู่ วิดัล โดนใบเหลืองที่สองทำให้กลายเป็นใบแดง ต้องออกสนามไป และจบเกมด้วยสกอร์ 1-1 ต้องไปดวลกันต่อที่คัมป์นูในนัดที่สอง โดยเกมนี้มี 3 ประเด็นน่าสนใจที่เรานำมาฝากกันครับ

 

1.บาร์เซโลน่าเล่นไม่ออก ลูกทีมของ เจนาโร กัตตูโซ่ ทำเอาบาร์เซโลน่าเล่นไม่ออกเลยทีเดียว หลังสั่งลูกทีมให้ตั้งรับลึก และยิ่งเข้าทางเมื่อได้ประตูออกนำไปก่อน แต่พวกเขาก็ผิดพลาดกันเอง ทำให้บาร์เซโลน่าตีเสมอได้สำเร็จ สถิติหลังเกมบ่งชี้ว่า แม้บาร์เซโลน่าจะครองบอลมากกว่าเจ้าบ้านถึง 67-33 เปอร์เซ็นต์ แต่เขาก็ทำได้เพียงครองบอลเท่านั้น หากดูที่โอกาศยิงจะพบว่า บาร์เซโลน่ามีโอกาส 8 ครั้งแต่เข้ากรอบเพียง 2 ครั้งเท่านั้น ส่วนนาโปลีมีโอกาสยิง 7 ครั้ง เข้ากรอบไปถึง 4 ครั้งทีเดียว ถึงจะโดนตามตีเสมอ แต่นาโปลีก็เล่นกันได้อย่างยอดเยี่ยม ปิดโอกาสเข้าทำของยอดทีมจากสเปนได้อย่างหมดจดทีมเดียว

2.ดรีส เมอร์เทนส์ ในช่วงนาทีที่ 30 ของเกม ดรีส เมอร์เทนส์ รับบอลจาก ซิลินสกี้ ก่อนจะบรรจงปั่นโค้งเข้าประตูไปอย่างงดงาม ชนิดที่ แตร์ สเตเก้น ได้แต่ยืนมอง และจากประตูนี้ ทำให้ศูนย์หน้าวัย 32 ปี  ก้าวขึ้นมาครองตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดตลอดการของนาโปลีร่วมกับ มาเรค ฮัมซิค ตำนานของทีม เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยจำนวน 121 ประตู ซึ่งดูแล้ว ใช้เวลาอีกเพียง 1-2 นัดก็น่าจะแซงอย่างขึ้นไปเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของสโมสรได้อย่างแน่นอน โดยเจ้าตัวย้ายมาร่วมทีมในช่วงปี 2013 และปัจจุบันลงเล่นไปแล้ว 308 นัดในทุกรายการ

3.กีเก้ เซเตียน กุนซือของบาร์เซโลน่า โดนวิจารณ์ตั้งแต่วันแรกที่เขาเปิดตัวกับสโมสรว่าเขามือไม่ถึงและไม่มีบารมีมากพอในการคุมทีมใหญ่ และจากเกมนี้ ทำให้เขาวิพากษ์วิจารณ์หนักขึ้นไปอีกจากบรรดาแฟนบอล โดยเขาไม่สามารถนำบาร์เซโลน่า ทำลายกลยุทธ์ตั้งรับของนาโปลีลงได้ ทำให้เขาทำสถิติ เป็นกุนซือคนแรกที่ไม่สามารถเอาชนะในการประเดิมสนามเกมยูฟ่าแชมเปี้ยน ลีกในยุคของเมสซี่ได้ นับตั้งแต่หลุยส์ ฟานกัลป์ ทำไว้ในปี 1997 และในเกมนัดหน้าที่คัมป์นู เขาจะไม่มีผู้เล่นถึง 7 รายด้วยกันจากอาการบาดเจ็บ และโทษแบน

 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *